Sethavidhya School logo
MENU

Sethavidhya School

วิชาการ

ความเข้มข้นทางวิชาการที่อยู่เบื้องหลังความอบอุ่น

เราสอนวิชาหลักเป็นภาษาอังกฤษผ่านการเรียนรู้เชิงรุกและการลงมือทำ เพิ่มระดับความท้าทายทีละขั้น พร้อมเปิดทุกเส้นทางแห่งอนาคตไว้เสมอ

แนวทางการสอน

แนวทางเดียวกันทั่วทั้งโรงเรียน

Learning by Doing และ Flipped Classroom

เด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อได้ลงมือทำ สร้าง และตั้งคำถาม บทเรียนของเราจึงออกแบบจากกิจกรรมและคำถามจริง เพื่อให้เด็กเข้าใจแนวคิดก่อนเขียนคำตอบ

เมื่อเหมาะสม เราใช้ Flipped Classroom ให้เด็กได้พบแนวคิดใหม่ก่อนเข้าชั้นเรียน แล้วใช้เวลาในห้องเพื่อทดลองใช้ อภิปราย และแก้ปัญหาร่วมกัน

หนึ่งวันที่เชื่อมโยงสามภาษา

วิชาหลักสอนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาไทยและภาษาจีนกลางจัดเป็นวิชาภาษาแยกตลอดสัปดาห์ เด็กเล็กซึมซับภาษาผ่านการเล่น เพลง และกิจวัตรประจำวัน ขณะที่เด็กโตนำภาษาไปใช้กับงานและสถานการณ์จริง

มีงานวิจัยรองรับ

เด็กเรียนรู้ได้มากกว่าเมื่อได้ใช้แนวคิดอย่างลงมือจริง แทนการท่องจำหรือรับฟังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีคำแนะนำที่ชัดเจน เราจึงสอนแนวคิดก่อน แล้วให้เด็กนำไปใช้ พร้อมเสริมความเข้าใจด้วยวิธีที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอย่างมาก เช่น การทบทวนด้วยการเรียกคืนความจำเป็นระยะ และการทบทวนแบบเว้นช่วง

หนังสือและสื่อการเรียน

วิชาหลักใช้สื่อการเรียนจาก Marshall Cavendish ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ

การเรียนภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษอยู่ในชีวิตประจำวันตลอดทั้งวัน และสอนโดยครูเจ้าของภาษา หลักสูตรภาษาอังกฤษของเราใช้ Anglia Programme จากประเทศอังกฤษ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบ CEFR ทำให้ระดับภาษาของเด็กสามารถวัดเทียบกับมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ

การประเมินผล

เราให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดทางวิชาการที่มีความหมาย นักเรียนของเรามีผลสอบ O-NET สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศอย่างสม่ำเสมอ แต่เราไม่ตัดสินเด็กจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว

ในแต่ละวัน ครูประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยให้คำแนะนำที่ชัดเจนและบอกขั้นตอนถัดไประหว่างที่เด็กกำลังทำงาน ไม่ใช่เพียงให้เกรดเมื่อจบ นอกจากด้านวิชาการ เรายังติดตามการเติบโตในฐานะผู้สื่อสาร ผู้ร่วมงาน และผู้เรียนที่เป็นอิสระ เพื่อสะท้อนภาพที่ครบถ้วนและเป็นธรรมกว่า ว่าเด็กทำอะไรได้แล้ว ควรพัฒนาอะไรต่อ และกำลังเติบโตเป็นคนแบบไหน

เส้นทางการเรียนรู้ที่เศรษฐวิทยา

เส้นทางเดียวที่ได้รับการดูแลต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 2 ถึง 12 ปี แบ่งเป็นสามช่วงที่มีเป้าหมายเฉพาะและต่อยอดกัน เพื่อให้เด็กก้าวขึ้นสู่ระดับถัดไปอย่างพร้อม มั่นใจ และไม่ถูกเร่งรัด

ทุกอย่างเริ่มต้นจากความรู้สึกปลอดภัย ในพื้นที่ที่อบอุ่นและสนุกสนาน เด็กเล็กค่อย ๆ คุ้นเคยกับจังหวะชีวิตประจำวัน เรียนรู้ผ่านกิจกรรม เพลง และบทสนทนาโต้ตอบ นี่คือช่วงที่ภาษาเริ่มเติบโต ร่างกายแข็งแรงขึ้น และเด็กเริ่มก้าวอย่างมั่นใจในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

Kindergarten คือช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้การควบคุมความคิดและพฤติกรรมของตนเอง วัยนี้เป็นช่วงสำคัญของสมาธิและการกำกับตนเอง เช่น การตั้งใจ การจดจำ การรอ และการปรับตัว ซึ่งงานวิจัยเชื่อมโยงกับความสำเร็จในโรงเรียนภายหลังมากกว่าวิชาการก่อนวัย ผ่านการเล่นแบบมีผู้ชี้แนะและบทสนทนาจริง เด็กจะพัฒนาภาษา ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องจำนวน การรู้จักและเรียกชื่ออารมณ์ ความอดทน และการมองจากมุมของผู้อื่น การอ่านและเขียนเริ่มอย่างอ่อนโยนตามจังหวะของเด็ก และใน K3 เราให้ความสำคัญกับการเตรียมก้าวสู่ Primary 1 อย่างราบรื่นและมั่นใจ

Primary คือช่วงที่ความอยากรู้อยากเห็นเปลี่ยนเป็นความสามารถจริง วิชาหลักสอนเป็นภาษาอังกฤษผ่านการลงมือทำ พร้อมเพิ่มระดับความท้าทายในแต่ละปี เมื่อเข้าสู่ประถมปลาย เด็กจะเปลี่ยนจาก “เรียนเพื่ออ่าน” ไปสู่ “อ่านเพื่อเรียนรู้” โดยใช้ทักษะภาษาและคณิตศาสตร์ที่แข็งแรงเพื่อสร้างความรู้ คิดอย่างมีเหตุผล และรับมือกับปัญหาที่ยากขึ้น เราพัฒนาความเป็นอิสระ ทักษะการเรียน และความภาคภูมิใจจากการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี พร้อมเปิดทุกเส้นทางไว้จนจบ Primary 6 ไม่ว่าจะเลือกโรงเรียนนานาชาติในต่างประเทศหรือระบบมัธยมศึกษาของไทย

SPARK, the future-ready programme at Sethavidhya School

SPARK คือโปรแกรมเอกลักษณ์ใหม่สำหรับระดับ Primary ในแต่ละปี เด็กจะได้คิด ฝัน สร้าง และนำเสนอผลงานจริง ผลงานจะถูกรวบรวมเป็นพอร์ตส่วนตัวที่เติบโตต่อเนื่องจาก P1 ถึง P6 และจบด้วย Primary 6 Launch Day คุณค่าจะสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี เด็กที่เรียนต่อเนื่องครบเส้นทางจึงมีทั้งพอร์ตผลงานหกปีและทักษะจริงที่สามารถแสดงให้เห็นได้ เป้าหมายของ SPARK คือการสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมรับอนาคตด้วยทักษะที่ไม่ล้าสมัย

Scroll to Top